เทคนิค ROV สำหรับผู้เริ่มต้น

พื้นฐานของการเล่นถือว่าสำคัญมากเมื่อเล่นเกม Garena RoV การมีรากฐานที่มั่นคงจะทำให้การพัฒนาทักษะของคุณเป็นเรื่องง่ายและเพิ่มโอกาสในการชนะอย่างง่ายดาย ดังนั้นวันนี้เราจะมาสอนพื้นฐานของวิธีการเล่นและสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเกม เทคนิค ROV  ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้นเทคนิค ROV สำหรับผู้เริ่มต้น 2022พยายามเล่นฮีโร่กับบอทก่อนลงสนามเสมอนี่เป็นรากฐานแรกที่ควรจำไว้เสมอและควรทำเมื่อเล่นฮีโร่ใหม่ นี่ไม่ใช่แค่สำหรับผู้เริ่มต้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแชมป์เปี้ยนหรือแชมป์โลก ที่จะเล่นกับฮีโร่ตัวใหม่ที่ไม่เคยเล่นมาก่อน พวกเขาทั้งหมดต้องได้รับการฝึกฝนในโหมดการต่อสู้บอทก่อน เป็นเพราะเราต้องการเรียนรู้และเข้าใจทักษะ ความสามารถ ทักษะและรายละเอียด จากการเล่น และที่สำคัญไม่รบกวนผู้เล่นคนอื่นที่เล่นจริงจังในโหมดปกติและโหมดจัดอันดับเรียนรู้และเข้าใจตำแหน่งในเกมหัวใจของคุณผู้เริ่มต้นหลายคนอาจไม่รู้ว่าฮีโร่แต่ละตัวใน Garena RoV นั้นเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน และตำแหน่งของการยืนและการเก็บเลเวลตลอดจนบทบาทในช่วงต้นเกมก็ต่างกันด้วย ตำแหน่งและงานหลักมีดังนี้:เรือบรรทุกน้ำมันทำหน้าที่เปิดการแข่งขัน รับความเสียหายและรักษาระยะห่างจากเพื่อนร่วมทีมของฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นรถถังส่วนใหญ่ไปที่ Top Lane และมักจะยืนอยู่คนเดียวในฐานะ Solo Laneมายากลฮีโร่เวทย์มนตร์คือผู้ที่เน้นการสร้างความเสียหายโดยใช้ทักษะเป็นหลัก จุดเด่นของฮีโร่ตัวนี้คือ มีสกิลโจมตีระยะไกลที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้มาก จุดอ่อนจะอยู่ที่ความเปราะบางของฮีโร่ สำหรับเลนยืน โซโลมักจะอยู่ในเลนกลาง (เลนกลาง)Jungle (ตัวละครป่า)ส่วนใหญ่เป็นฮีโร่ประเภทนักสู้หรือฮีโร่ที่มีทักษะ CC และการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว เพราะจะต้องทำหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมในช่องทางต่างๆ การเก็บเลเวลของ Junker จะเน้นไปที่การเลือกมอนสเตอร์จากด้านข้างของคุณ และอาจไปเยี่ยมฝั่งศัตรูเพื่อตัดบัฟADCADC หรือ Carry เน้นไปที่การสร้างความเสียหายระยะไกลจากการโจมตีปกติเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากเลนเวทย์ที่เน้นการใช้สกิล โดยเลนเดินระหว่างสวิตซ์จะอยู่ที่เลนบอท (เลนล่าง) พร้อมซัพพอร์ตการสนับสนุนผู้ใช้ตำแหน่งที่จะเอาไปช่วยเพื่อนในโอกาสต่างๆ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ฮีโร่ที่มีทักษะการรักษา การปรับปรุงเกราะ ทักษะประเภท CC และทักษะการสนับสนุนต่างๆ การเล่นจะไม่เน้นรับของเอง จะเน้นที่การสนับสนุนทีมเป็นหลักและยืนใน Bot Lane (เลนล่าง) กับ ADC เสมอเราจะเห็นว่าแต่ละบทบาทและตำแหน่งแตกต่างกันและมีความสำคัญต่อทีมมาก แน่นอน ถ้าคุณต้องการชนะ คุณควรมีทุกตำแหน่ง เพื่อให้สามารถดึงประสิทธิภาพของทีมออกมาได้สูงที่สุด ขาดตำแหน่งใดๆ แน่นอนว่าสามารถเล่นได้และมีจุดเด่นที่ชัดเจน แต่จะมีข้อเสียหลายประการเช่นกัน เช่น ทีมที่ไม่มีรถถังจะเสียเปรียบเพราะไม่มีพื้นที่ยืนและการต่อสู้แบบเปิด เป็นต้นต้องฝึกคืบคลานถึงจะเป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเล่นตำแหน่งไหน (ยกเว้น Support) แม้ว่าเกม Garena RoV จะมีรูปแบบการทำเงินจากครีปไม่เหมือนกับเกมอื่นๆ ที่ยืนนิ่ง ปล่อยให้ครีปตายและรับเงิน แต่มันเป็นการเล่นที่ผิด เพราะการทำลายครีพในเกมนี้จะทำให้เราได้รับเงินพิเศษจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เราสามารถออกไอเทมได้เร็วกว่าเดิมและได้เปรียบเหนือคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็วสิ่งมีชีวิตในตำนานเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในเกมสิ่งมีชีวิตในตำนานใน Garena RoV มีความสำคัญมาก เพราะมันจะทำให้คุณมีบัฟเพิ่มความสามารถให้กับตัวเองและทีม บัฟที่ได้รับจากสัตว์ในตำนานแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันโกเลมแดงเมื่อพ่ายแพ้ คุณจะได้รับบัฟ Burning Migh ซึ่งจะทำให้การโจมตีของคุณช้าลง และสร้างความเสียหายจากการเผาไหม้ 21-50 เป็นเวลา 1 นาทีโกเลมสีน้ำเงินเมื่อพ่ายแพ้ จะมอบบัฟ Cooling Insight ลดคูลดาวน์ 20% และฟื้นฟูมานา 2% ต่อวินาทีเป็นเวลา 1 นาทีมังกร (เล็ก)ให้บัฟพลังชีวิต ฟื้นฟูพลังชีวิตสูงสุด 1% ทุกวินาทีเป็นเวลา 1 นาทีมังกรอเวจีเมื่อคัดออก ทีมงานทั้งหมดจะได้รับเงิน 100 (รวม 500) เพื่อให้ออกได้เร็วขึ้นนักฆ่าแห่งความมืดให้บัฟ Dark Slayer's Wrath ทั้งทีมได้รับความเสียหายจากการโจมตีเพิ่มขึ้น 30% และฟื้นฟูสุขภาพและมานาทุกวินาทีเป็นเวลา 1…
Read More

เทคนิค ROV สำหรับผู้เริ่มต้น

พื้นฐานของการเล่นถือว่าสำคัญมากเมื่อเล่นเกม Garena RoV การมีรากฐานที่มั่นคงจะทำให้การพัฒนาทักษะของคุณเป็นเรื่องง่ายและเพิ่มโอกาสในการชนะอย่างง่ายดาย ดังนั้นวันนี้เราจะมาสอนพื้นฐานของวิธีการเล่นและสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเกม เทคนิค ROV  ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้นเทคนิค ROV สำหรับผู้เริ่มต้น 2022พยายามเล่นฮีโร่กับบอทก่อนลงสนามเสมอนี่เป็นรากฐานแรกที่ควรจำไว้เสมอและควรทำเมื่อเล่นฮีโร่ใหม่ นี่ไม่ใช่แค่สำหรับผู้เริ่มต้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแชมป์เปี้ยนหรือแชมป์โลก ที่จะเล่นกับฮีโร่ตัวใหม่ที่ไม่เคยเล่นมาก่อน พวกเขาทั้งหมดต้องได้รับการฝึกฝนในโหมดการต่อสู้บอทก่อน เป็นเพราะเราต้องการเรียนรู้และเข้าใจทักษะ ความสามารถ ทักษะและรายละเอียด จากการเล่น และที่สำคัญไม่รบกวนผู้เล่นคนอื่นที่เล่นจริงจังในโหมดปกติและโหมดจัดอันดับเรียนรู้และเข้าใจตำแหน่งในเกมหัวใจของคุณผู้เริ่มต้นหลายคนอาจไม่รู้ว่าฮีโร่แต่ละตัวใน Garena RoV นั้นเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน และตำแหน่งของการยืนและการเก็บเลเวลตลอดจนบทบาทในช่วงต้นเกมก็ต่างกันด้วย ตำแหน่งและงานหลักมีดังนี้:เรือบรรทุกน้ำมันทำหน้าที่เปิดการแข่งขัน รับความเสียหายและรักษาระยะห่างจากเพื่อนร่วมทีมของฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นรถถังส่วนใหญ่ไปที่ Top Lane และมักจะยืนอยู่คนเดียวในฐานะ Solo Laneมายากลฮีโร่เวทย์มนตร์คือผู้ที่เน้นการสร้างความเสียหายโดยใช้ทักษะเป็นหลัก จุดเด่นของฮีโร่ตัวนี้คือ มีสกิลโจมตีระยะไกลที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้มาก จุดอ่อนจะอยู่ที่ความเปราะบางของฮีโร่ สำหรับเลนยืน โซโลมักจะอยู่ในเลนกลาง (เลนกลาง)Jungle (ตัวละครป่า)ส่วนใหญ่เป็นฮีโร่ประเภทนักสู้หรือฮีโร่ที่มีทักษะ CC และการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว เพราะจะต้องทำหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมในช่องทางต่างๆ การเก็บเลเวลของ Junker จะเน้นไปที่การเลือกมอนสเตอร์จากด้านข้างของคุณ และอาจไปเยี่ยมฝั่งศัตรูเพื่อตัดบัฟADCADC หรือ Carry เน้นไปที่การสร้างความเสียหายระยะไกลจากการโจมตีปกติเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากเลนเวทย์ที่เน้นการใช้สกิล โดยเลนเดินระหว่างสวิตซ์จะอยู่ที่เลนบอท (เลนล่าง) พร้อมซัพพอร์ตการสนับสนุนผู้ใช้ตำแหน่งที่จะเอาไปช่วยเพื่อนในโอกาสต่างๆ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ฮีโร่ที่มีทักษะการรักษา การปรับปรุงเกราะ ทักษะประเภท CC และทักษะการสนับสนุนต่างๆ การเล่นจะไม่เน้นรับของเอง จะเน้นที่การสนับสนุนทีมเป็นหลักและยืนใน Bot Lane (เลนล่าง) กับ ADC เสมอเราจะเห็นว่าแต่ละบทบาทและตำแหน่งแตกต่างกันและมีความสำคัญต่อทีมมาก แน่นอน ถ้าคุณต้องการชนะ คุณควรมีทุกตำแหน่ง เพื่อให้สามารถดึงประสิทธิภาพของทีมออกมาได้สูงที่สุด ขาดตำแหน่งใดๆ แน่นอนว่าสามารถเล่นได้และมีจุดเด่นที่ชัดเจน แต่จะมีข้อเสียหลายประการเช่นกัน เช่น ทีมที่ไม่มีรถถังจะเสียเปรียบเพราะไม่มีพื้นที่ยืนและการต่อสู้แบบเปิด เป็นต้นต้องฝึกคืบคลานถึงจะเป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเล่นตำแหน่งไหน (ยกเว้น Support) แม้ว่าเกม Garena RoV จะมีรูปแบบการทำเงินจากครีปไม่เหมือนกับเกมอื่นๆ ที่ยืนนิ่ง ปล่อยให้ครีปตายและรับเงิน แต่มันเป็นการเล่นที่ผิด เพราะการทำลายครีพในเกมนี้จะทำให้เราได้รับเงินพิเศษจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เราสามารถออกไอเทมได้เร็วกว่าเดิมและได้เปรียบเหนือคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็วสิ่งมีชีวิตในตำนานเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในเกมสิ่งมีชีวิตในตำนานใน Garena RoV มีความสำคัญมาก เพราะมันจะทำให้คุณมีบัฟเพิ่มความสามารถให้กับตัวเองและทีม บัฟที่ได้รับจากสัตว์ในตำนานแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันโกเลมแดงเมื่อพ่ายแพ้ คุณจะได้รับบัฟ Burning Migh ซึ่งจะทำให้การโจมตีของคุณช้าลง และสร้างความเสียหายจากการเผาไหม้ 21-50 เป็นเวลา 1 นาทีโกเลมสีน้ำเงินเมื่อพ่ายแพ้ จะมอบบัฟ Cooling Insight ลดคูลดาวน์ 20% และฟื้นฟูมานา 2% ต่อวินาทีเป็นเวลา 1 นาทีมังกร (เล็ก)ให้บัฟพลังชีวิต ฟื้นฟูพลังชีวิตสูงสุด 1% ทุกวินาทีเป็นเวลา 1 นาทีมังกรอเวจีเมื่อคัดออก ทีมงานทั้งหมดจะได้รับเงิน 100 (รวม 500) เพื่อให้ออกได้เร็วขึ้นนักฆ่าแห่งความมืดให้บัฟ Dark Slayer's Wrath ทั้งทีมได้รับความเสียหายจากการโจมตีเพิ่มขึ้น 30% และฟื้นฟูสุขภาพและมานาทุกวินาทีเป็นเวลา 1…
Read More

ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย 5 วิธีทำงาน

ท่ามกลางสังคมที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเติบโตอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพการทำงาน หลายคนเชื่อว่าพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาทำงานทั้งที่งานยุ่งทั้งวัน เมื่องานไม่เสร็จ ความเครียดก็จะเริ่มส่งผลกระทบต่องานในอนาคต ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในระยะยาวในที่สุด        ประเด็นและเป้าหมายที่คนสนใจต้องการพัฒนาจึงเป็นประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้ใช้เวลาคุ้มค่าและได้งานที่มีคุณภาพ แต่การทำงานเป็นเวลานานไม่ได้แปลว่าได้งานที่มีประสิทธิผลเสมอไป และการทำงานมากไม่ได้หมายถึงการทำงานที่สำคัญ สิ่งที่เราต้องเข้าใจก่อนคือประสิทธิภาพนั้นวัดจากอะไร? และเรารู้ได้อย่างไรว่าเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น?ประสิทธิภาพการทำงาน ให้ดีขึ้น        ประสิทธิภาพที่หลายคนพูดถึงคือการวัดว่าเราทำได้ดีและถูกต้องแค่ไหนในวิธีที่ดีที่สุด และงานที่ทำสำเร็จลุล่วงทั้งบริษัทและเป้าหมายของบริษัท ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งความพยายามที่เราทุ่มเทในการทำงาน เช่น เวลาและพลังงาน (หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หากมองจากมุมอุตสาหกรรม) และการผลิตหรือผลลัพธ์ที่มีปริมาณและคุณภาพมาก เป้าหมายของงานที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดวัดกันที่        - ใช้เวลาน้อยที่สุด        - การสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด        - ผลลัพธ์มีคุณภาพและปริมาณสูงสุด        การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจึงเน้นการทำงานให้เร็วขึ้น มีความสามารถมากขึ้นและผลเป็นที่น่าพอใจมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว งานต่างๆ มีข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องเวลา เช่น พนักงานออฟฟิศที่มีชั่วโมงการทำงานที่แน่นอน และฟรีแลนซ์ที่จัดการตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องปรับวิธีทำงานของคุณและเรียนรู้ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด        ในบทความนี้เราขอแนะนำ 5 วิธีในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ที่ไหน และเวลาที่แน่นอนหรือไม่1. เริ่มวางแผนตารางเวลาของคุณ        เมื่อได้รับงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่ควรทำคือ วางแผนงาน โดยแบ่งงานและจัดลำดับความสำคัญของงานเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอิทธิพลต่อเป้าหมายของคุณและบริษัทจัดลำดับความสำคัญ        มีหลายวิธีในการจัดลำดับความสำคัญของงาน แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Eisenhower Matrix หรือ Urgent-Important Matrix ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วนตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนตามที่แสดงในภาพ        จะเห็นได้ว่าแต่ละงานมีความสำคัญต่างกัน และมันส่งผลต่อชีวิตของคุณเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเป็นพนักงานขาย การตรวจสอบอีเมลไม่สำคัญเท่ากับการเตรียมหน้าเสนอขายอย่างแน่นอน แต่หลายคนยังคงใช้เวลามากมายในการเช็คอีเมลระหว่างวัน ดังนั้นความสำคัญที่เราควรมองจริงๆ คือ งานที่ส่งผลต่อการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่งานที่ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผลการประเมินที่สำคัญต่อองค์กรและตัวเอง2. เรียนรู้ "ด้วยตัวเอง"        การวางแผนที่ดีต้องมาพร้อมกับการประเมินความสามารถของตนเอง เพราะถ้ากำหนดตารางเวลางานไหนจะใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันเวลา สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ มีความกดดันและความไม่พอใจในตัวเองมากขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เวลาของคุณเหมาะสมยิ่งขึ้น:        - รู้ขอบเขต: แต่ละคนมีขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานที่แตกต่างกัน บางคนสามารถทำงานดึกและตื่นนอนได้โดยไม่เวียนหัว แต่หลายคนมักจะเบลอจากการทำงานล่วงเวลา จนวันรุ่งขึ้นไม่สดใส คิดอะไรไม่ออก ส่งผลให้สมองและพลังงานลดลงจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง การรู้ขีด…
Read More

ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย 5 วิธีทำงาน

ท่ามกลางสังคมที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเติบโตอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพการทำงาน หลายคนเชื่อว่าพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาทำงานทั้งที่งานยุ่งทั้งวัน เมื่องานไม่เสร็จ ความเครียดก็จะเริ่มส่งผลกระทบต่องานในอนาคต ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในระยะยาวในที่สุด        ประเด็นและเป้าหมายที่คนสนใจต้องการพัฒนาจึงเป็นประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้ใช้เวลาคุ้มค่าและได้งานที่มีคุณภาพ แต่การทำงานเป็นเวลานานไม่ได้แปลว่าได้งานที่มีประสิทธิผลเสมอไป และการทำงานมากไม่ได้หมายถึงการทำงานที่สำคัญ สิ่งที่เราต้องเข้าใจก่อนคือประสิทธิภาพนั้นวัดจากอะไร? และเรารู้ได้อย่างไรว่าเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น?ประสิทธิภาพการทำงาน ให้ดีขึ้น        ประสิทธิภาพที่หลายคนพูดถึงคือการวัดว่าเราทำได้ดีและถูกต้องแค่ไหนในวิธีที่ดีที่สุด และงานที่ทำสำเร็จลุล่วงทั้งบริษัทและเป้าหมายของบริษัท ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งความพยายามที่เราทุ่มเทในการทำงาน เช่น เวลาและพลังงาน (หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หากมองจากมุมอุตสาหกรรม) และการผลิตหรือผลลัพธ์ที่มีปริมาณและคุณภาพมาก เป้าหมายของงานที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดวัดกันที่        - ใช้เวลาน้อยที่สุด        - การสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด        - ผลลัพธ์มีคุณภาพและปริมาณสูงสุด        การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจึงเน้นการทำงานให้เร็วขึ้น มีความสามารถมากขึ้นและผลเป็นที่น่าพอใจมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว งานต่างๆ มีข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องเวลา เช่น พนักงานออฟฟิศที่มีชั่วโมงการทำงานที่แน่นอน และฟรีแลนซ์ที่จัดการตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องปรับวิธีทำงานของคุณและเรียนรู้ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด        ในบทความนี้เราขอแนะนำ 5 วิธีในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ที่ไหน และเวลาที่แน่นอนหรือไม่1. เริ่มวางแผนตารางเวลาของคุณ        เมื่อได้รับงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่ควรทำคือ วางแผนงาน โดยแบ่งงานและจัดลำดับความสำคัญของงานเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอิทธิพลต่อเป้าหมายของคุณและบริษัทจัดลำดับความสำคัญ        มีหลายวิธีในการจัดลำดับความสำคัญของงาน แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Eisenhower Matrix หรือ Urgent-Important Matrix ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วนตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนตามที่แสดงในภาพ        จะเห็นได้ว่าแต่ละงานมีความสำคัญต่างกัน และมันส่งผลต่อชีวิตของคุณเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเป็นพนักงานขาย การตรวจสอบอีเมลไม่สำคัญเท่ากับการเตรียมหน้าเสนอขายอย่างแน่นอน แต่หลายคนยังคงใช้เวลามากมายในการเช็คอีเมลระหว่างวัน ดังนั้นความสำคัญที่เราควรมองจริงๆ คือ งานที่ส่งผลต่อการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่งานที่ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผลการประเมินที่สำคัญต่อองค์กรและตัวเอง2. เรียนรู้ "ด้วยตัวเอง"        การวางแผนที่ดีต้องมาพร้อมกับการประเมินความสามารถของตนเอง เพราะถ้ากำหนดตารางเวลางานไหนจะใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันเวลา สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ มีความกดดันและความไม่พอใจในตัวเองมากขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เวลาของคุณเหมาะสมยิ่งขึ้น:        - รู้ขอบเขต: แต่ละคนมีขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานที่แตกต่างกัน บางคนสามารถทำงานดึกและตื่นนอนได้โดยไม่เวียนหัว แต่หลายคนมักจะเบลอจากการทำงานล่วงเวลา จนวันรุ่งขึ้นไม่สดใส คิดอะไรไม่ออก ส่งผลให้สมองและพลังงานลดลงจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง การรู้ขีด…
Read More

ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย 5 วิธีทำงาน

ท่ามกลางสังคมที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเติบโตอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพการทำงาน หลายคนเชื่อว่าพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาทำงานทั้งที่งานยุ่งทั้งวัน เมื่องานไม่เสร็จ ความเครียดก็จะเริ่มส่งผลกระทบต่องานในอนาคต ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในระยะยาวในที่สุด        ประเด็นและเป้าหมายที่คนสนใจต้องการพัฒนาจึงเป็นประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้ใช้เวลาคุ้มค่าและได้งานที่มีคุณภาพ แต่การทำงานเป็นเวลานานไม่ได้แปลว่าได้งานที่มีประสิทธิผลเสมอไป และการทำงานมากไม่ได้หมายถึงการทำงานที่สำคัญ สิ่งที่เราต้องเข้าใจก่อนคือประสิทธิภาพนั้นวัดจากอะไร? และเรารู้ได้อย่างไรว่าเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น?ประสิทธิภาพการทำงาน ให้ดีขึ้น        ประสิทธิภาพที่หลายคนพูดถึงคือการวัดว่าเราทำได้ดีและถูกต้องแค่ไหนในวิธีที่ดีที่สุด และงานที่ทำสำเร็จลุล่วงทั้งบริษัทและเป้าหมายของบริษัท ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งความพยายามที่เราทุ่มเทในการทำงาน เช่น เวลาและพลังงาน (หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หากมองจากมุมอุตสาหกรรม) และการผลิตหรือผลลัพธ์ที่มีปริมาณและคุณภาพมาก เป้าหมายของงานที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดวัดกันที่        - ใช้เวลาน้อยที่สุด        - การสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด        - ผลลัพธ์มีคุณภาพและปริมาณสูงสุด        การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจึงเน้นการทำงานให้เร็วขึ้น มีความสามารถมากขึ้นและผลเป็นที่น่าพอใจมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว งานต่างๆ มีข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องเวลา เช่น พนักงานออฟฟิศที่มีชั่วโมงการทำงานที่แน่นอน และฟรีแลนซ์ที่จัดการตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องปรับวิธีทำงานของคุณและเรียนรู้ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด        ในบทความนี้เราขอแนะนำ 5 วิธีในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ที่ไหน และเวลาที่แน่นอนหรือไม่1. เริ่มวางแผนตารางเวลาของคุณ        เมื่อได้รับงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่ควรทำคือ วางแผนงาน โดยแบ่งงานและจัดลำดับความสำคัญของงานเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอิทธิพลต่อเป้าหมายของคุณและบริษัทจัดลำดับความสำคัญ        มีหลายวิธีในการจัดลำดับความสำคัญของงาน แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Eisenhower Matrix หรือ Urgent-Important Matrix ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วนตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนตามที่แสดงในภาพ        จะเห็นได้ว่าแต่ละงานมีความสำคัญต่างกัน และมันส่งผลต่อชีวิตของคุณเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเป็นพนักงานขาย การตรวจสอบอีเมลไม่สำคัญเท่ากับการเตรียมหน้าเสนอขายอย่างแน่นอน แต่หลายคนยังคงใช้เวลามากมายในการเช็คอีเมลระหว่างวัน ดังนั้นความสำคัญที่เราควรมองจริงๆ คือ งานที่ส่งผลต่อการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่งานที่ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผลการประเมินที่สำคัญต่อองค์กรและตัวเอง2. เรียนรู้ "ด้วยตัวเอง"        การวางแผนที่ดีต้องมาพร้อมกับการประเมินความสามารถของตนเอง เพราะถ้ากำหนดตารางเวลางานไหนจะใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันเวลา สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ มีความกดดันและความไม่พอใจในตัวเองมากขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เวลาของคุณเหมาะสมยิ่งขึ้น:        - รู้ขอบเขต: แต่ละคนมีขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานที่แตกต่างกัน บางคนสามารถทำงานดึกและตื่นนอนได้โดยไม่เวียนหัว แต่หลายคนมักจะเบลอจากการทำงานล่วงเวลา จนวันรุ่งขึ้นไม่สดใส คิดอะไรไม่ออก ส่งผลให้สมองและพลังงานลดลงจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง การรู้ขีด…
Read More

ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย 5 วิธีทำงาน

ท่ามกลางสังคมที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเติบโตอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพการทำงาน หลายคนเชื่อว่าพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาทำงานทั้งที่งานยุ่งทั้งวัน เมื่องานไม่เสร็จ ความเครียดก็จะเริ่มส่งผลกระทบต่องานในอนาคต ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในระยะยาวในที่สุด        ประเด็นและเป้าหมายที่คนสนใจต้องการพัฒนาจึงเป็นประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้ใช้เวลาคุ้มค่าและได้งานที่มีคุณภาพ แต่การทำงานเป็นเวลานานไม่ได้แปลว่าได้งานที่มีประสิทธิผลเสมอไป และการทำงานมากไม่ได้หมายถึงการทำงานที่สำคัญ สิ่งที่เราต้องเข้าใจก่อนคือประสิทธิภาพนั้นวัดจากอะไร? และเรารู้ได้อย่างไรว่าเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น?ประสิทธิภาพการทำงาน ให้ดีขึ้น        ประสิทธิภาพที่หลายคนพูดถึงคือการวัดว่าเราทำได้ดีและถูกต้องแค่ไหนในวิธีที่ดีที่สุด และงานที่ทำสำเร็จลุล่วงทั้งบริษัทและเป้าหมายของบริษัท ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งความพยายามที่เราทุ่มเทในการทำงาน เช่น เวลาและพลังงาน (หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หากมองจากมุมอุตสาหกรรม) และการผลิตหรือผลลัพธ์ที่มีปริมาณและคุณภาพมาก เป้าหมายของงานที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดวัดกันที่        - ใช้เวลาน้อยที่สุด        - การสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด        - ผลลัพธ์มีคุณภาพและปริมาณสูงสุด        การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจึงเน้นการทำงานให้เร็วขึ้น มีความสามารถมากขึ้นและผลเป็นที่น่าพอใจมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว งานต่างๆ มีข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องเวลา เช่น พนักงานออฟฟิศที่มีชั่วโมงการทำงานที่แน่นอน และฟรีแลนซ์ที่จัดการตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องปรับวิธีทำงานของคุณและเรียนรู้ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด        ในบทความนี้เราขอแนะนำ 5 วิธีในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ที่ไหน และเวลาที่แน่นอนหรือไม่1. เริ่มวางแผนตารางเวลาของคุณ        เมื่อได้รับงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่ควรทำคือ วางแผนงาน โดยแบ่งงานและจัดลำดับความสำคัญของงานเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอิทธิพลต่อเป้าหมายของคุณและบริษัทจัดลำดับความสำคัญ        มีหลายวิธีในการจัดลำดับความสำคัญของงาน แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Eisenhower Matrix หรือ Urgent-Important Matrix ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วนตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนตามที่แสดงในภาพ        จะเห็นได้ว่าแต่ละงานมีความสำคัญต่างกัน และมันส่งผลต่อชีวิตของคุณเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเป็นพนักงานขาย การตรวจสอบอีเมลไม่สำคัญเท่ากับการเตรียมหน้าเสนอขายอย่างแน่นอน แต่หลายคนยังคงใช้เวลามากมายในการเช็คอีเมลระหว่างวัน ดังนั้นความสำคัญที่เราควรมองจริงๆ คือ งานที่ส่งผลต่อการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่งานที่ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผลการประเมินที่สำคัญต่อองค์กรและตัวเอง2. เรียนรู้ "ด้วยตัวเอง"        การวางแผนที่ดีต้องมาพร้อมกับการประเมินความสามารถของตนเอง เพราะถ้ากำหนดตารางเวลางานไหนจะใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันเวลา สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ มีความกดดันและความไม่พอใจในตัวเองมากขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เวลาของคุณเหมาะสมยิ่งขึ้น:        - รู้ขอบเขต: แต่ละคนมีขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานที่แตกต่างกัน บางคนสามารถทำงานดึกและตื่นนอนได้โดยไม่เวียนหัว แต่หลายคนมักจะเบลอจากการทำงานล่วงเวลา จนวันรุ่งขึ้นไม่สดใส คิดอะไรไม่ออก ส่งผลให้สมองและพลังงานลดลงจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง การรู้ขีด…
Read More

ROV พื้นฐาน มาเรียนรู้กัน

เกม RoV ย่อมาจาก Realm of Valor ซึ่งเป็นเกมของ Tencent บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ด้วยรูปแบบการเล่นนั้น มันจะคล้ายกับเกม MOBA อย่าง Dota, Dota2 และ LOL ที่เกมเมอร์รู้จักและเล่นกันมาก ไฮไลท์ที่ทำให้เกม RoV เป็นที่นิยมคือเล่นง่าย ใช้เวลาไม่นานในการเล่นต่อรอบ เพียงประมาณ 10-15 นาทีเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับเกม ด้วยการสื่อสารที่สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมได้ นอกจากนี้ยังเป็นเกมที่สามารถเล่นได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ดาวน์โหลดเกมผ่าน App Store หรือ Play Store กิจกรรมนี้สนุกทั้งสาย Android และผู้ที่ใช้ iPhone รุ่นต่างๆเช่น iPhone X / iPhone 11 / iPhone 12 เป็นต้น และปัจจุบันเกม RoV มีผู้คนเล่นเกมมากกว่า 200 ล้านคนทุกเดือนทั่วโลก วันนี้เรามา เรียนรู้ ROV พื้นฐาน กันการเล่นเกม ROV พื้นฐานRoV มีรูปแบบการเล่นที่คล้ายกับเกม MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) รูปแบบการเล่นแบ่งออกเป็น 2 ทีม แต่ละทีมมีผู้เล่น 5 คนต่อ 5 คน โดยผู้เล่นจะต้องเลือกตัวละครจากเกม มา 1 เป็นฮีโร่เพื่อทำลายฐานที่มั่นของคู่ต่อสู้ แต่ในขณะเดียวกัน ฝ่ายตรงข้ามก็จะทำลายฐานที่มั่นของเราด้วย และหากทีมใดทีมหนึ่งสามารถทำลายฐานของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อน จะเป็นฝ่ายที่ชนะ เมื่อมองในภาพรวมแล้ว มันคือเกมที่มีโครงเรื่อง เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม ในนั้นผู้เล่นในทีมสามารถเชิญเพื่อนทั้งหมด 5 คนหรือหากไม่มีระบบก็จะเลือกผู้เล่นโดยอัตโนมัติวิธีเล่นเกมส์ RoV ที่มือใหม่ควรรู้ถ้าใครที่เคยเล่นเกม MOBA คงจะเล่น RoV ได้สบายๆ เพราะรูปแบบการเล่นจะคล้ายกันมาก แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ยังไม่เคยเล่นเกม หรือไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับเกม RoV เลย มาดูวิธีการเล่นเกม RoV ดังนี้1.ต้องเลือกฮีโร่ให้เหมาะสมกับเกมที่เล่นสิ่งสำคัญคือต้องเริ่มเล่นเกม RoV แต่ละทีมจะต้องเลือกตัวละครในทีมเพื่อเป็นฮีโร่ในการต่อสู้ โจมตี สังหารครีป มอนสเตอร์ ฮีโร่ และตีป้อมหลักของฝ่ายตรงข้าม ต้องเลือกฮีโร่ที่มีความสามารถและความถนัดบนแผนที่เพื่อเล่นเกม เพราะฮีโร่ทุกคนมีจุดแข็งและจุดอ่อนต่างกัน หากคุณเลือกฮีโร่ที่เหมาะกับไพ่ที่คุณเล่น อาจเป็นข้อเสีย และมีโอกาสแพ้ แต่ถ้าเลือกฮีโร่ถูกและเหมาะสม โอกาสชนะก็สูง และถ้าคุณชนะ คุณจะได้รับประสบการณ์และเหรียญทอง เหรียญทองมีความสำคัญมากและสามารถนำไปใช้ซื้อของเจ๋งๆ ได้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเลือกฮีโร่ นอกเหนือจากการใช้เหรียญทองในการซื้อสินค้า คุณสามารถใช้เงินสดของเราเพื่อเติมเงิน RoV เพื่อซื้อสินค้าได้เช่นกัน และหลายคนใช้วิธีนี้2. ตำแหน่งจะแบ่งตามสายของฮีโร่อีกอย่างที่ผู้เล่นต้องรู้คือแนวไหนของฮีโร่ถูกแบ่งออก เพื่อให้สามารถเลือกฮีโร่ที่ใช่ได้ การ์ดประเภทไหนที่เหมาะกับการเล่น? เพื่อให้ทีมของเราได้เปรียบและมีโอกาสเอาชนะคู่ต่อสู้เราได้สรุปดังนี้   แทงค์…
Read More

ROV พื้นฐาน มาเรียนรู้กัน

เกม RoV ย่อมาจาก Realm of Valor ซึ่งเป็นเกมของ Tencent บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ด้วยรูปแบบการเล่นนั้น มันจะคล้ายกับเกม MOBA อย่าง Dota, Dota2 และ LOL ที่เกมเมอร์รู้จักและเล่นกันมาก ไฮไลท์ที่ทำให้เกม RoV เป็นที่นิยมคือเล่นง่าย ใช้เวลาไม่นานในการเล่นต่อรอบ เพียงประมาณ 10-15 นาทีเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับเกม ด้วยการสื่อสารที่สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมได้ นอกจากนี้ยังเป็นเกมที่สามารถเล่นได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ดาวน์โหลดเกมผ่าน App Store หรือ Play Store กิจกรรมนี้สนุกทั้งสาย Android และผู้ที่ใช้ iPhone รุ่นต่างๆเช่น iPhone X / iPhone 11 / iPhone 12 เป็นต้น และปัจจุบันเกม RoV มีผู้คนเล่นเกมมากกว่า 200 ล้านคนทุกเดือนทั่วโลก วันนี้เรามา เรียนรู้ ROV พื้นฐาน กันการเล่นเกม ROV พื้นฐานRoV มีรูปแบบการเล่นที่คล้ายกับเกม MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) รูปแบบการเล่นแบ่งออกเป็น 2 ทีม แต่ละทีมมีผู้เล่น 5 คนต่อ 5 คน โดยผู้เล่นจะต้องเลือกตัวละครจากเกม มา 1 เป็นฮีโร่เพื่อทำลายฐานที่มั่นของคู่ต่อสู้ แต่ในขณะเดียวกัน ฝ่ายตรงข้ามก็จะทำลายฐานที่มั่นของเราด้วย และหากทีมใดทีมหนึ่งสามารถทำลายฐานของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อน จะเป็นฝ่ายที่ชนะ เมื่อมองในภาพรวมแล้ว มันคือเกมที่มีโครงเรื่อง เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม ในนั้นผู้เล่นในทีมสามารถเชิญเพื่อนทั้งหมด 5 คนหรือหากไม่มีระบบก็จะเลือกผู้เล่นโดยอัตโนมัติวิธีเล่นเกมส์ RoV ที่มือใหม่ควรรู้ถ้าใครที่เคยเล่นเกม MOBA คงจะเล่น RoV ได้สบายๆ เพราะรูปแบบการเล่นจะคล้ายกันมาก แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ยังไม่เคยเล่นเกม หรือไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับเกม RoV เลย มาดูวิธีการเล่นเกม RoV ดังนี้1.ต้องเลือกฮีโร่ให้เหมาะสมกับเกมที่เล่นสิ่งสำคัญคือต้องเริ่มเล่นเกม RoV แต่ละทีมจะต้องเลือกตัวละครในทีมเพื่อเป็นฮีโร่ในการต่อสู้ โจมตี สังหารครีป มอนสเตอร์ ฮีโร่ และตีป้อมหลักของฝ่ายตรงข้าม ต้องเลือกฮีโร่ที่มีความสามารถและความถนัดบนแผนที่เพื่อเล่นเกม เพราะฮีโร่ทุกคนมีจุดแข็งและจุดอ่อนต่างกัน หากคุณเลือกฮีโร่ที่เหมาะกับไพ่ที่คุณเล่น อาจเป็นข้อเสีย และมีโอกาสแพ้ แต่ถ้าเลือกฮีโร่ถูกและเหมาะสม โอกาสชนะก็สูง และถ้าคุณชนะ คุณจะได้รับประสบการณ์และเหรียญทอง เหรียญทองมีความสำคัญมากและสามารถนำไปใช้ซื้อของเจ๋งๆ ได้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเลือกฮีโร่ นอกเหนือจากการใช้เหรียญทองในการซื้อสินค้า คุณสามารถใช้เงินสดของเราเพื่อเติมเงิน RoV เพื่อซื้อสินค้าได้เช่นกัน และหลายคนใช้วิธีนี้2. ตำแหน่งจะแบ่งตามสายของฮีโร่อีกอย่างที่ผู้เล่นต้องรู้คือแนวไหนของฮีโร่ถูกแบ่งออก เพื่อให้สามารถเลือกฮีโร่ที่ใช่ได้ การ์ดประเภทไหนที่เหมาะกับการเล่น? เพื่อให้ทีมของเราได้เปรียบและมีโอกาสเอาชนะคู่ต่อสู้เราได้สรุปดังนี้   แทงค์…
Read More

ROV พื้นฐาน มาเรียนรู้กัน

เกม RoV ย่อมาจาก Realm of Valor ซึ่งเป็นเกมของ Tencent บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ด้วยรูปแบบการเล่นนั้น มันจะคล้ายกับเกม MOBA อย่าง Dota, Dota2 และ LOL ที่เกมเมอร์รู้จักและเล่นกันมาก ไฮไลท์ที่ทำให้เกม RoV เป็นที่นิยมคือเล่นง่าย ใช้เวลาไม่นานในการเล่นต่อรอบ เพียงประมาณ 10-15 นาทีเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับเกม ด้วยการสื่อสารที่สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมได้ นอกจากนี้ยังเป็นเกมที่สามารถเล่นได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ดาวน์โหลดเกมผ่าน App Store หรือ Play Store กิจกรรมนี้สนุกทั้งสาย Android และผู้ที่ใช้ iPhone รุ่นต่างๆเช่น iPhone X / iPhone 11 / iPhone 12 เป็นต้น และปัจจุบันเกม RoV มีผู้คนเล่นเกมมากกว่า 200 ล้านคนทุกเดือนทั่วโลก วันนี้เรามา เรียนรู้ ROV พื้นฐาน กันการเล่นเกม ROV พื้นฐานRoV มีรูปแบบการเล่นที่คล้ายกับเกม MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) รูปแบบการเล่นแบ่งออกเป็น 2 ทีม แต่ละทีมมีผู้เล่น 5 คนต่อ 5 คน โดยผู้เล่นจะต้องเลือกตัวละครจากเกม มา 1 เป็นฮีโร่เพื่อทำลายฐานที่มั่นของคู่ต่อสู้ แต่ในขณะเดียวกัน ฝ่ายตรงข้ามก็จะทำลายฐานที่มั่นของเราด้วย และหากทีมใดทีมหนึ่งสามารถทำลายฐานของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อน จะเป็นฝ่ายที่ชนะ เมื่อมองในภาพรวมแล้ว มันคือเกมที่มีโครงเรื่อง เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม ในนั้นผู้เล่นในทีมสามารถเชิญเพื่อนทั้งหมด 5 คนหรือหากไม่มีระบบก็จะเลือกผู้เล่นโดยอัตโนมัติวิธีเล่นเกมส์ RoV ที่มือใหม่ควรรู้ถ้าใครที่เคยเล่นเกม MOBA คงจะเล่น RoV ได้สบายๆ เพราะรูปแบบการเล่นจะคล้ายกันมาก แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ยังไม่เคยเล่นเกม หรือไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับเกม RoV เลย มาดูวิธีการเล่นเกม RoV ดังนี้1.ต้องเลือกฮีโร่ให้เหมาะสมกับเกมที่เล่นสิ่งสำคัญคือต้องเริ่มเล่นเกม RoV แต่ละทีมจะต้องเลือกตัวละครในทีมเพื่อเป็นฮีโร่ในการต่อสู้ โจมตี สังหารครีป มอนสเตอร์ ฮีโร่ และตีป้อมหลักของฝ่ายตรงข้าม ต้องเลือกฮีโร่ที่มีความสามารถและความถนัดบนแผนที่เพื่อเล่นเกม เพราะฮีโร่ทุกคนมีจุดแข็งและจุดอ่อนต่างกัน หากคุณเลือกฮีโร่ที่เหมาะกับไพ่ที่คุณเล่น อาจเป็นข้อเสีย และมีโอกาสแพ้ แต่ถ้าเลือกฮีโร่ถูกและเหมาะสม โอกาสชนะก็สูง และถ้าคุณชนะ คุณจะได้รับประสบการณ์และเหรียญทอง เหรียญทองมีความสำคัญมากและสามารถนำไปใช้ซื้อของเจ๋งๆ ได้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเลือกฮีโร่ นอกเหนือจากการใช้เหรียญทองในการซื้อสินค้า คุณสามารถใช้เงินสดของเราเพื่อเติมเงิน RoV เพื่อซื้อสินค้าได้เช่นกัน และหลายคนใช้วิธีนี้2. ตำแหน่งจะแบ่งตามสายของฮีโร่อีกอย่างที่ผู้เล่นต้องรู้คือแนวไหนของฮีโร่ถูกแบ่งออก เพื่อให้สามารถเลือกฮีโร่ที่ใช่ได้ การ์ดประเภทไหนที่เหมาะกับการเล่น? เพื่อให้ทีมของเราได้เปรียบและมีโอกาสเอาชนะคู่ต่อสู้เราได้สรุปดังนี้   แทงค์…
Read More

RoV AIC 2022 เตรียมเปิดศึกอีสปอร์ตระดับโลก AIC 2022 ชิงเงินรางวัล 69 ล้านบาท!

RoV AIC 2022 Level Infinite และ Garena ประกาศ Arena of Valor International Championship 2022 การแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกของเกม RoV ด้วยเงินรางวัลรวมกว่า 2,000,000 ดอลลาร์ เริ่มการแข่งขันนัดแรกในวันที่ 16 มิถุนายนArena of Valor International Championship (AIC) 2022 การแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกของ RoV รวบรวมทีมชั้นนำ 16 ทีมจากทั่วโลกเพื่อชิงตำแหน่งอันทรงเกียรติ และเงินรางวัลรวม 2,000,000 USD ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่จัดประกวด AICRoV AIC 2022 สุดมันส์คราวนี้ ด้วยทีมจากส่วนอื่น ๆ ของโลก แฟน ๆ RoV จะเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การรับชมที่เหนือกว่า ด้วยทักษะการต่อสู้และกลยุทธ์ที่หลากหลายสำหรับผู้เข้าร่วม 16 ทีมจาก 10 ภูมิภาคทั่วโลก ได้แก่ Garena Challenger Series (GCS), RoV Pro League (RPL), Arena of Glory (AOG), AOV Star League (ASL), SEA Wildcard (อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์), บราซิล, ยุโรปตะวันตก, ตุรกี, ตะวันออกกลาง, แอฟริกาเหนือ และเอเชียใต้จะพบกันที่ AIC virtual circuit เพื่อเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีการแข่งขัน AIC 2022 จะแบ่งออกเป็น 4 รอบ ดังนี้• รอบแบ่งกลุ่ม: 16 - 19 มิถุนายน 2565• รอบก่อนรองชนะเลิศ: 23 - 26 มิถุนายน 2565• รอบรองชนะเลิศ: 2 - 3 กรกฎาคม 2022• รอบชิงชนะเลิศ: 10 กรกฎาคม 2022Xการแข่งขัน AIC ปี 2022 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 การแข่งขันจะแบ่งออกเป็นสี่รอบ ได้แก่ รอบแบ่งกลุ่ม รอบก่อนรองชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศ…
Read More