ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย 5 วิธีทำงาน

ท่ามกลางสังคมที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเติบโตอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพการทำงาน หลายคนเชื่อว่าพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาทำงานทั้งที่งานยุ่งทั้งวัน เมื่องานไม่เสร็จ ความเครียดก็จะเริ่มส่งผลกระทบต่องานในอนาคต ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในระยะยาวในที่สุด        ประเด็นและเป้าหมายที่คนสนใจต้องการพัฒนาจึงเป็นประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้ใช้เวลาคุ้มค่าและได้งานที่มีคุณภาพ แต่การทำงานเป็นเวลานานไม่ได้แปลว่าได้งานที่มีประสิทธิผลเสมอไป และการทำงานมากไม่ได้หมายถึงการทำงานที่สำคัญ สิ่งที่เราต้องเข้าใจก่อนคือประสิทธิภาพนั้นวัดจากอะไร? และเรารู้ได้อย่างไรว่าเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น?ประสิทธิภาพการทำงาน ให้ดีขึ้น        ประสิทธิภาพที่หลายคนพูดถึงคือการวัดว่าเราทำได้ดีและถูกต้องแค่ไหนในวิธีที่ดีที่สุด และงานที่ทำสำเร็จลุล่วงทั้งบริษัทและเป้าหมายของบริษัท ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งความพยายามที่เราทุ่มเทในการทำงาน เช่น เวลาและพลังงาน (หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หากมองจากมุมอุตสาหกรรม) และการผลิตหรือผลลัพธ์ที่มีปริมาณและคุณภาพมาก เป้าหมายของงานที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดวัดกันที่        - ใช้เวลาน้อยที่สุด        - การสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด        - ผลลัพธ์มีคุณภาพและปริมาณสูงสุด        การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจึงเน้นการทำงานให้เร็วขึ้น มีความสามารถมากขึ้นและผลเป็นที่น่าพอใจมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว งานต่างๆ มีข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องเวลา เช่น พนักงานออฟฟิศที่มีชั่วโมงการทำงานที่แน่นอน และฟรีแลนซ์ที่จัดการตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องปรับวิธีทำงานของคุณและเรียนรู้ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด        ในบทความนี้เราขอแนะนำ 5 วิธีในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ที่ไหน และเวลาที่แน่นอนหรือไม่1. เริ่มวางแผนตารางเวลาของคุณ        เมื่อได้รับงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่ควรทำคือ วางแผนงาน โดยแบ่งงานและจัดลำดับความสำคัญของงานเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอิทธิพลต่อเป้าหมายของคุณและบริษัทจัดลำดับความสำคัญ        มีหลายวิธีในการจัดลำดับความสำคัญของงาน แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Eisenhower Matrix หรือ Urgent-Important Matrix ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วนตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนตามที่แสดงในภาพ        จะเห็นได้ว่าแต่ละงานมีความสำคัญต่างกัน และมันส่งผลต่อชีวิตของคุณเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเป็นพนักงานขาย การตรวจสอบอีเมลไม่สำคัญเท่ากับการเตรียมหน้าเสนอขายอย่างแน่นอน แต่หลายคนยังคงใช้เวลามากมายในการเช็คอีเมลระหว่างวัน ดังนั้นความสำคัญที่เราควรมองจริงๆ คือ งานที่ส่งผลต่อการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่งานที่ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผลการประเมินที่สำคัญต่อองค์กรและตัวเอง2. เรียนรู้ "ด้วยตัวเอง"        การวางแผนที่ดีต้องมาพร้อมกับการประเมินความสามารถของตนเอง เพราะถ้ากำหนดตารางเวลางานไหนจะใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันเวลา สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ มีความกดดันและความไม่พอใจในตัวเองมากขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เวลาของคุณเหมาะสมยิ่งขึ้น:        - รู้ขอบเขต: แต่ละคนมีขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานที่แตกต่างกัน บางคนสามารถทำงานดึกและตื่นนอนได้โดยไม่เวียนหัว แต่หลายคนมักจะเบลอจากการทำงานล่วงเวลา จนวันรุ่งขึ้นไม่สดใส คิดอะไรไม่ออก ส่งผลให้สมองและพลังงานลดลงจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง การรู้ขีด…
Read More

ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย 5 วิธีทำงาน

ท่ามกลางสังคมที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเติบโตอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพการทำงาน หลายคนเชื่อว่าพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาทำงานทั้งที่งานยุ่งทั้งวัน เมื่องานไม่เสร็จ ความเครียดก็จะเริ่มส่งผลกระทบต่องานในอนาคต ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในระยะยาวในที่สุด        ประเด็นและเป้าหมายที่คนสนใจต้องการพัฒนาจึงเป็นประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้ใช้เวลาคุ้มค่าและได้งานที่มีคุณภาพ แต่การทำงานเป็นเวลานานไม่ได้แปลว่าได้งานที่มีประสิทธิผลเสมอไป และการทำงานมากไม่ได้หมายถึงการทำงานที่สำคัญ สิ่งที่เราต้องเข้าใจก่อนคือประสิทธิภาพนั้นวัดจากอะไร? และเรารู้ได้อย่างไรว่าเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น?ประสิทธิภาพการทำงาน ให้ดีขึ้น        ประสิทธิภาพที่หลายคนพูดถึงคือการวัดว่าเราทำได้ดีและถูกต้องแค่ไหนในวิธีที่ดีที่สุด และงานที่ทำสำเร็จลุล่วงทั้งบริษัทและเป้าหมายของบริษัท ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งความพยายามที่เราทุ่มเทในการทำงาน เช่น เวลาและพลังงาน (หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หากมองจากมุมอุตสาหกรรม) และการผลิตหรือผลลัพธ์ที่มีปริมาณและคุณภาพมาก เป้าหมายของงานที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดวัดกันที่        - ใช้เวลาน้อยที่สุด        - การสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด        - ผลลัพธ์มีคุณภาพและปริมาณสูงสุด        การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจึงเน้นการทำงานให้เร็วขึ้น มีความสามารถมากขึ้นและผลเป็นที่น่าพอใจมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว งานต่างๆ มีข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องเวลา เช่น พนักงานออฟฟิศที่มีชั่วโมงการทำงานที่แน่นอน และฟรีแลนซ์ที่จัดการตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องปรับวิธีทำงานของคุณและเรียนรู้ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด        ในบทความนี้เราขอแนะนำ 5 วิธีในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ที่ไหน และเวลาที่แน่นอนหรือไม่1. เริ่มวางแผนตารางเวลาของคุณ        เมื่อได้รับงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่ควรทำคือ วางแผนงาน โดยแบ่งงานและจัดลำดับความสำคัญของงานเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอิทธิพลต่อเป้าหมายของคุณและบริษัทจัดลำดับความสำคัญ        มีหลายวิธีในการจัดลำดับความสำคัญของงาน แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Eisenhower Matrix หรือ Urgent-Important Matrix ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วนตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนตามที่แสดงในภาพ        จะเห็นได้ว่าแต่ละงานมีความสำคัญต่างกัน และมันส่งผลต่อชีวิตของคุณเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเป็นพนักงานขาย การตรวจสอบอีเมลไม่สำคัญเท่ากับการเตรียมหน้าเสนอขายอย่างแน่นอน แต่หลายคนยังคงใช้เวลามากมายในการเช็คอีเมลระหว่างวัน ดังนั้นความสำคัญที่เราควรมองจริงๆ คือ งานที่ส่งผลต่อการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่งานที่ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผลการประเมินที่สำคัญต่อองค์กรและตัวเอง2. เรียนรู้ "ด้วยตัวเอง"        การวางแผนที่ดีต้องมาพร้อมกับการประเมินความสามารถของตนเอง เพราะถ้ากำหนดตารางเวลางานไหนจะใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันเวลา สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ มีความกดดันและความไม่พอใจในตัวเองมากขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เวลาของคุณเหมาะสมยิ่งขึ้น:        - รู้ขอบเขต: แต่ละคนมีขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานที่แตกต่างกัน บางคนสามารถทำงานดึกและตื่นนอนได้โดยไม่เวียนหัว แต่หลายคนมักจะเบลอจากการทำงานล่วงเวลา จนวันรุ่งขึ้นไม่สดใส คิดอะไรไม่ออก ส่งผลให้สมองและพลังงานลดลงจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง การรู้ขีด…
Read More

ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย 5 วิธีทำงาน

ท่ามกลางสังคมที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเติบโตอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพการทำงาน หลายคนเชื่อว่าพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาทำงานทั้งที่งานยุ่งทั้งวัน เมื่องานไม่เสร็จ ความเครียดก็จะเริ่มส่งผลกระทบต่องานในอนาคต ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในระยะยาวในที่สุด        ประเด็นและเป้าหมายที่คนสนใจต้องการพัฒนาจึงเป็นประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้ใช้เวลาคุ้มค่าและได้งานที่มีคุณภาพ แต่การทำงานเป็นเวลานานไม่ได้แปลว่าได้งานที่มีประสิทธิผลเสมอไป และการทำงานมากไม่ได้หมายถึงการทำงานที่สำคัญ สิ่งที่เราต้องเข้าใจก่อนคือประสิทธิภาพนั้นวัดจากอะไร? และเรารู้ได้อย่างไรว่าเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น?ประสิทธิภาพการทำงาน ให้ดีขึ้น        ประสิทธิภาพที่หลายคนพูดถึงคือการวัดว่าเราทำได้ดีและถูกต้องแค่ไหนในวิธีที่ดีที่สุด และงานที่ทำสำเร็จลุล่วงทั้งบริษัทและเป้าหมายของบริษัท ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งความพยายามที่เราทุ่มเทในการทำงาน เช่น เวลาและพลังงาน (หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หากมองจากมุมอุตสาหกรรม) และการผลิตหรือผลลัพธ์ที่มีปริมาณและคุณภาพมาก เป้าหมายของงานที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดวัดกันที่        - ใช้เวลาน้อยที่สุด        - การสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด        - ผลลัพธ์มีคุณภาพและปริมาณสูงสุด        การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจึงเน้นการทำงานให้เร็วขึ้น มีความสามารถมากขึ้นและผลเป็นที่น่าพอใจมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว งานต่างๆ มีข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องเวลา เช่น พนักงานออฟฟิศที่มีชั่วโมงการทำงานที่แน่นอน และฟรีแลนซ์ที่จัดการตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องปรับวิธีทำงานของคุณและเรียนรู้ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด        ในบทความนี้เราขอแนะนำ 5 วิธีในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ที่ไหน และเวลาที่แน่นอนหรือไม่1. เริ่มวางแผนตารางเวลาของคุณ        เมื่อได้รับงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่ควรทำคือ วางแผนงาน โดยแบ่งงานและจัดลำดับความสำคัญของงานเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอิทธิพลต่อเป้าหมายของคุณและบริษัทจัดลำดับความสำคัญ        มีหลายวิธีในการจัดลำดับความสำคัญของงาน แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Eisenhower Matrix หรือ Urgent-Important Matrix ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วนตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนตามที่แสดงในภาพ        จะเห็นได้ว่าแต่ละงานมีความสำคัญต่างกัน และมันส่งผลต่อชีวิตของคุณเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเป็นพนักงานขาย การตรวจสอบอีเมลไม่สำคัญเท่ากับการเตรียมหน้าเสนอขายอย่างแน่นอน แต่หลายคนยังคงใช้เวลามากมายในการเช็คอีเมลระหว่างวัน ดังนั้นความสำคัญที่เราควรมองจริงๆ คือ งานที่ส่งผลต่อการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่งานที่ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผลการประเมินที่สำคัญต่อองค์กรและตัวเอง2. เรียนรู้ "ด้วยตัวเอง"        การวางแผนที่ดีต้องมาพร้อมกับการประเมินความสามารถของตนเอง เพราะถ้ากำหนดตารางเวลางานไหนจะใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันเวลา สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ มีความกดดันและความไม่พอใจในตัวเองมากขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เวลาของคุณเหมาะสมยิ่งขึ้น:        - รู้ขอบเขต: แต่ละคนมีขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานที่แตกต่างกัน บางคนสามารถทำงานดึกและตื่นนอนได้โดยไม่เวียนหัว แต่หลายคนมักจะเบลอจากการทำงานล่วงเวลา จนวันรุ่งขึ้นไม่สดใส คิดอะไรไม่ออก ส่งผลให้สมองและพลังงานลดลงจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง การรู้ขีด…
Read More

ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย 5 วิธีทำงาน

ท่ามกลางสังคมที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเติบโตอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพการทำงาน หลายคนเชื่อว่าพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาทำงานทั้งที่งานยุ่งทั้งวัน เมื่องานไม่เสร็จ ความเครียดก็จะเริ่มส่งผลกระทบต่องานในอนาคต ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในระยะยาวในที่สุด        ประเด็นและเป้าหมายที่คนสนใจต้องการพัฒนาจึงเป็นประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้ใช้เวลาคุ้มค่าและได้งานที่มีคุณภาพ แต่การทำงานเป็นเวลานานไม่ได้แปลว่าได้งานที่มีประสิทธิผลเสมอไป และการทำงานมากไม่ได้หมายถึงการทำงานที่สำคัญ สิ่งที่เราต้องเข้าใจก่อนคือประสิทธิภาพนั้นวัดจากอะไร? และเรารู้ได้อย่างไรว่าเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น?ประสิทธิภาพการทำงาน ให้ดีขึ้น        ประสิทธิภาพที่หลายคนพูดถึงคือการวัดว่าเราทำได้ดีและถูกต้องแค่ไหนในวิธีที่ดีที่สุด และงานที่ทำสำเร็จลุล่วงทั้งบริษัทและเป้าหมายของบริษัท ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งความพยายามที่เราทุ่มเทในการทำงาน เช่น เวลาและพลังงาน (หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หากมองจากมุมอุตสาหกรรม) และการผลิตหรือผลลัพธ์ที่มีปริมาณและคุณภาพมาก เป้าหมายของงานที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดวัดกันที่        - ใช้เวลาน้อยที่สุด        - การสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด        - ผลลัพธ์มีคุณภาพและปริมาณสูงสุด        การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจึงเน้นการทำงานให้เร็วขึ้น มีความสามารถมากขึ้นและผลเป็นที่น่าพอใจมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว งานต่างๆ มีข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องเวลา เช่น พนักงานออฟฟิศที่มีชั่วโมงการทำงานที่แน่นอน และฟรีแลนซ์ที่จัดการตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องปรับวิธีทำงานของคุณและเรียนรู้ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด        ในบทความนี้เราขอแนะนำ 5 วิธีในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ที่ไหน และเวลาที่แน่นอนหรือไม่1. เริ่มวางแผนตารางเวลาของคุณ        เมื่อได้รับงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่ควรทำคือ วางแผนงาน โดยแบ่งงานและจัดลำดับความสำคัญของงานเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอิทธิพลต่อเป้าหมายของคุณและบริษัทจัดลำดับความสำคัญ        มีหลายวิธีในการจัดลำดับความสำคัญของงาน แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Eisenhower Matrix หรือ Urgent-Important Matrix ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วนตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนตามที่แสดงในภาพ        จะเห็นได้ว่าแต่ละงานมีความสำคัญต่างกัน และมันส่งผลต่อชีวิตของคุณเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเป็นพนักงานขาย การตรวจสอบอีเมลไม่สำคัญเท่ากับการเตรียมหน้าเสนอขายอย่างแน่นอน แต่หลายคนยังคงใช้เวลามากมายในการเช็คอีเมลระหว่างวัน ดังนั้นความสำคัญที่เราควรมองจริงๆ คือ งานที่ส่งผลต่อการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่งานที่ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผลการประเมินที่สำคัญต่อองค์กรและตัวเอง2. เรียนรู้ "ด้วยตัวเอง"        การวางแผนที่ดีต้องมาพร้อมกับการประเมินความสามารถของตนเอง เพราะถ้ากำหนดตารางเวลางานไหนจะใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันเวลา สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ มีความกดดันและความไม่พอใจในตัวเองมากขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เวลาของคุณเหมาะสมยิ่งขึ้น:        - รู้ขอบเขต: แต่ละคนมีขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานที่แตกต่างกัน บางคนสามารถทำงานดึกและตื่นนอนได้โดยไม่เวียนหัว แต่หลายคนมักจะเบลอจากการทำงานล่วงเวลา จนวันรุ่งขึ้นไม่สดใส คิดอะไรไม่ออก ส่งผลให้สมองและพลังงานลดลงจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง การรู้ขีด…
Read More